ข่าวประจำวัน » ด่วน สรุปแล้ว !! แพทยสภาปิดฉากสอบชั้น 14 นัด 10 เมษาลงมติเอาผิด

ด่วน สรุปแล้ว !! แพทยสภาปิดฉากสอบชั้น 14 นัด 10 เมษาลงมติเอาผิด

26 March 2025
209   0

ผู้สื่อข่าวไทยโพสต์รายงานว่า…

ลุ้น อาจพลิก! จบแล้วสรุปผลสอบแพทยสภา ชั้น 14 นักโทษเทวดา ชงที่ประชุมใหญ่กรรมการแพทยสภาลงมติชี้ขาด 10 เม.ย. เอาผิด-ไม่เอาผิด จริยธรรมแพทย์รพ.ตำรวจ-รพ.ราชทัณฑ์ ปธ.สอบฯ ตอบ “การรักษาก็ถูกต้อง”เผยหมอสองรพ.ใหญ่โดนเรียกเข้าชี้แจง

พบที่ผ่านมาบอร์ดใหญ่ลงมติเอกฉันท์ตามผลสอบจรรยาบรรณเสื้อกาวน์26 มีนาคม 2568 – ศ.เกียรติคุณ นพ.อมร ลีลารัศมี กรรมการแพทยสภาฯ ในฐานะประธานอนุกรรมการสอบสวนเฉพาะกิจ แพทยสภา สอบสวนกรณีนายทักษิณ ชินวัตร พักรักษาตัวที่ชั้น 14 รพ.ตำรวจเป็นเวลาร่วมหกเดือนทำให้ไม่ต้องรับโทษจำคุกแม้แต่วันเดียว รวมถึงสอบสวนแพทย์รพ.ราชทัณฑ์ที่ให้นายทักษิณออกไปรักษาตัวที่รพ.ตำรวจ เปิดเผยกับไทยโพสต์ ถึงความคืบหน้าการสอบสวนจริยธรรมแพทย์ดังกล่าวว่า กระบวนการสอบสวนของอนุกรรมการเฉพาะกิจ ถือว่าเสร็จสิ้นแล้วขณะนี้อยู่ระหว่างการทำรายงานผลการสอบสวนเสนอต่อกรรมการแพทยสภา

ที่เบื้องต้นมีการนัดประชุมในช่วงเดือนเมษายนวันที่ 10 เมษายน ซึ่งคาดว่าอนุกรรมการจะเสนอผลสอบสวนได้ทันส่งเข้าที่ประชุมใหญ่แพทยสภาวันดังกล่าวได้ ตอนนี้ถือว่า การสอบสวนเสร็จแล้วเหลือขั้นตอนสรุปทำรายงานและตรวจร่างรายงาน แต่กระบวนการสอบสวนการเก็บข้อมูลถือว่าเสร็จครบหมดแล้ว 99.99 เปอร์เซ็นต์

“ข้อมูลที่อนุกรรมการสอบสวนทำการตรวจสอบ ถือว่าครบถ้วนเท่าที่จะสอบสวนวินิจฉัยในชั้นอนุกรรมการ ซึ่งในส่วนของเวชระเบียนการรักษาตัวผู้ป่วย รพ.ตำรวจ ก็ส่งข้อมูลมาให้ในส่วนที่จะส่งมาได้ ซึ่งอนุกรรมการพิจารณาแล้วเห็นว่าสามารถดำเนินการได้แล้วในส่วนของอนุกรรมการ ที่ก็เพียงพอที่จะพิจารณาได้ รพ.ตำรวจก็ส่งข้อมูลต่างๆ ตามที่อนุกรรมการส่งเรื่องไปให้ส่งมา เขาก็ส่งมาให้หมด รวมถึงตัวแพทย์รพ.ตำรวจ ก็เดินทางมาชี้แจงกับอนุกรรมการหมด คนที่เกี่ยวข้องที่ถูกร้องก็มาชี้แจงกับอนุกรรมการหมดทุกคน”

อย่างไรก็ตาม นพ.อมร กล่าวว่าไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดผลการสอบสวนได้ ยังพูดไม่ได้ อยู่ระหว่างร่างสำนวน และอนุกรรมการจะประชุดนัดสุดท้ายเพื่อตรวจร่างสำนวนและสรุปความเห็นครั้งสุดท้าย ก่อนส่งให้ที่ประชุมใหญ่แพทยสภา โดยรายละเอียดผลการสอบสวนขอให้รอเข้าที่ประชุมแพทยสภาก่อน ซึ่งในการสอบสวนทางอนุกรรมการจะมีการลงมติต่อผลการสอบสวนด้วย ส่วนมติอนุกรรมการสอบสวนจะเอกฉันท์หรือไม่เอกฉันท์ก็ต้องรอผลการประชุมจากนั้นพอได้มติแล้ว ก็ส่งมติและผลการสอบสวนให้ที่ประชุมใหญ่แพทยสภาต่อไป

ที่เบื้องต้น แพทยสภาจะนัดประชุมประมาณวันที่ 10 เมษายน โดยแพทยสภา พอพิจารณาผลการสอบสวนแล้วก็จะมีการลงมติว่าจะเห็นชอบด้วยกับผลสรุปของอนุกรรมการสอบสวนหรือไม่ หรือจะมีความคิดเห็นเพิ่มเติมหรือไม่ เช่น จะให้สอบสวนเพิ่มเติม ถ้ามีมติให้สอบสวนเพิ่มเติม อนุกรรมการก็จะรับไปดำเนินการสอบสวนตามที่แพทยสภามีมติมา”นพ.อมรกล่าวถามถึงว่าในฐานะประธานอนุกรรมการสอบสวนฯ คิดว่า ผลการสอบสวนกระบวนการรักษาคนไข้รายดังกล่าว หากเปิดเผยออกมาสังคมจะยอมรับได้หรือไม่ นพ.อมรกล่าวว่า อย่าเพิ่งคาดเดาเลยว่าสังคมจะยอมรับได้หรือไม่ได้ แต่ยืนยันว่าอนุกรรมการทำตามเอกสาร ข้อมูลต่างๆ เท่าที่เราจะสอบสวนได้ตามมาตรฐานจริยธรรมทางการแพทย์ แต่สังคมจะคิดอย่างไร ผมเดาใจไม่ได้ว่า เขาเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยกับผลการสอบสวน อาจจะมีเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยเพราะเราก็ทำตามหลักฐานทางการแพทย์เป็นหลักไว้ก่อน คงจะไปเขียนผลสอบออกมาตามใจใครไม่ได้

เรายึดถือตามเอกสารข้อมูล ต้องสอบสวนในกรอบที่แพทยสภาทำ เพราะแพทยสภาจะพิจารณาเรื่องมาตรฐานและจริยธรรมทางการแพทย์ ความถูกต้อง ความซื่อสัตย์ ไม่โกหก เราจะสอบเฉพาะพวกแพทย์“แต่เมื่อทุกอย่างเรียบร้อยเสร็จหมดแล้ว ก็ยืนยันว่าเราจะชี้แจงสังคมได้ หากสังคมถาม เราก็ต้องตอบได้ ว่าทำไมผลสรุปเป็นแบบนี้ ต้องมีเหตุมีผล มีเอกสารหลักฐานยืนยันให้ เราไม่สามารถไปทำอะไรที่ไม่ถูกต้องได้”นพ.อมร กรรมการแพทยสภาเปิดเผยว่า ที่ผ่านมาการพิจารณาข้อร้องเรียนและการตรวจสอบเรื่องจริยธรรมแพทย์ เมื่อมีการให้มีการสอบสวนจริยธรรม และอนุกรรมการสอบสวนพิจารณาเสร็จ พบว่าส่วนใหญ่ ที่ประชุมแพทยสภา จะเห็นชอบตามผลการสอบสวนของอนุกรรมการสอบสวน ส่วนใหญ่มติจะเป็นเอกฉันท์หมด

จะมีแค่บางกรณี เช่น ที่ประชุมเห็นว่าผลการสอบสวน ข้อมูลยังไม่ครบถ้วน ยังขาดเล็กน้อย ก็ขอให้ไปสอบสวนเพิ่มเติม ไปหาข้อมูลมา จะได้ไม่หลุด แต่ก็มีน้อย แต่ส่วนใหญ่ อนุกรรมการสอบสวน เวลาสอบจริยธรรมแพทย์จะมีการพิจารณาให้ครบเกือบทุกจุดอยู่แล้ว ทำให้ส่วนใหญ่เวลาสรุปผลสอบสวนจริยธรรมแพทย์ส่งไปให้แพทยสภา กรรมการแพทยสภา ก็จะลงมติเอกฉันท์ เห็นด้วยกับผลสรุปของการสอบสวน เพราะอนุกรรมการสอบสวนจริยธรรมแพทย์ที่ถูกสอบสวน ส่วนใหญ่ทำงานละเอียดอยู่แล้ว

บางครั้งประชุมกันตั้งแต่สิบโมงเช้าถึงหกโมงเย็น“หากที่ประชุมใหญ่แพทยสภา พิจารณาผลสอบสวนแล้ว มีมติต้องการให้อนุกรรมการสอบสวน ทำการสอบเพิ่มเติมอีก ก็คงมีการขยายเวลาออกไปอีกหนึ่งเดือน แต่บอกตรงๆ อนุกรรมการอยากทำงานของเราให้เสร็จเร็ว ถ้าเมษายน ไม่เสร็จ พฤษภาคม ต้องจบเพราะตอนนี้เนื้อหาการสอบสวน เราทำได้ครบเสร็จหมดเรียบร้อยแล้ว ซึ่งทางแพทย์ใหญ่ และคณะแพทย์รพ.ตำรวจ ที่เราเรียกมาชี้แจง เขาก็ให้ความร่วมมือดี ส่งข้อมูลทุกอย่างมาให้ตามกรอบเวลาที่อนุกรรมการวางไว้คือ ภายในไม่เกินสิบห้าวัน

10/2567 วันที่ 10 ต.ค.2567 พิจารณาแล้วมีมติ คำร้องมีมูล ส่งเรื่องให้คณะอนุกรรมการสอบสวนชุดเฉพาะกิจ ดำเนินการพิจารณาจริยธรรม”

หนังสือดังกล่าว ยังระบุอีกว่า ทางคณะอนุกรรมการสอบข้อเท็จจริงเฉพาะกิจ จึง ขอความเห็นของแพทย์ผู้ทำการรักษาและหลักฐานอื่นที่เกี่ยวข้องดังกล่าว ที่ก็คือการขอความเห็นแพทย์ผู้ทำการรักษาและหลักฐานอื่นที่เกี่ยวข้อง ตอนที่แพทย์ทำรายงาน 3 ครั้งคือ ถึงอธิบดีกรมราชทัณฑ์, ปลัดกระทรวงยุติธรรม และ รมว.ยุติธรรม ในช่วงครบ 30 วัน 60 วัน และ 120 วันตามลำดับ โดยให้ส่งรวมมาให้อนุกรรมการฯ ทั้งหมด

นอกจากนี้ ขอให้รพ.ตำรวจ ส่งสำเนาใบส่งตัวเพื่อเข้ารับการรักษาต่อสำเนาเวชระเบียน สำเนาบันทึกการผ่าตัด สำเนาบันทึกการให้ยาระงับความรู้สึก สำเนาบันทึกการพยาบาล สำเนารายงานทางการแพทย์ และเอกสารหรือเอกสารอื่นใดที่เกี่ยวข้องกับการรักษาพยาบาล เช่น ภาพถ่ายทางรังสีวินิจฉัย ผลการตรวจทางรังสี ผลการตรวจทางห้องปฏิบัติการ หรือเอกสารใดที่เกี่ยวข้องกับการรักษานายทักษิณ ชินวัตร โดยให้ระบุหมายเลขหน้าเอกสาร และให้เจ้าหน้าที่ลงนามรับรองเอกสารทุกหน้าด้วย

“ขอตั้งแต่วันที่ 23 สิงหาคม 2566 ที่ผู้ป่วยถูกส่งต่อการรักษาไปที่ รพ.ตำรวจ จนกระทั่งผู้ป่วยถูกจำหน่ายออกจาก รพ.ตำรวจ ซึ่งถือว่าเกี่ยวข้องกับการพิจารณาจริยธรรมในครั้งนี้ โดยขอให้ท่านทำคำชี้แจงพร้อมพยานหลักฐานที่สนับสนุนคำชี้แจงเป็นลายลักษณ์อักษรตามประเด็นข้างต้น โดยให้ส่งมาให้คณะอนุกรรมการสอบสวนชุดเฉพาะกิจ ภายในวันที่ 15 มกราคม 2568″ เอกสารสำคัญของแพทยสภาดังกล่าวระบุ