ข่าวประจำวัน » ไทยหล่นฮวบ !! GDP เหลือแค่ 1.4% หลังสหรัฐรีดภาษีเพิ่ม 37%

ไทยหล่นฮวบ !! GDP เหลือแค่ 1.4% หลังสหรัฐรีดภาษีเพิ่ม 37%

4 April 2025
71   0

ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ชี้กำแพงภาษีสหรัฐ-แผ่นดินไหว ทุบจีดีพีปี 68 โตเหลือ 1.4%

เมื่อวันที่ 3 เมษายน ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ระบุถึงคาดการณ์ กรณีสหรัฐประกาศปรับเพิ่มภาษีศุลกากรแบบตอบโต้ (Reciprocal Tariffs) กับทุกชาติ ซึ่งประเทศไทยเป็นหนึ่งในนั้นว่า ถือเป็นเกมการเรียกเจรจาของสหรัฐกับนานาประเทศ เพื่อนำมาสู่ข้อตกลงใหม่ของสหรัฐที่ดีขึ้น ทั้งด้านเศรษฐกิจและความมั่นคง หลังจากนี้ ต้องติดตามผลการเจรจาที่ออกมา ซึ่งจะเป็นตัวกำหนดทิศทางการค้าของแต่ละประเทศในระยะข้างหน้า โดยประเทศไทยโดนภาษีในอัตรา 37% (ขยับจากเดิม 36%) แต่ยังไม่นับรวมหากมีการเจรจาการค้าเพิ่มเติม ขณะที่คู่ค้าอื่นๆ ถูกปรับขึ้นภาษีศุลกากรแบบตอบโต้ในอัตราที่แตกต่างกันออกไป

ผลกระทบต่อการค้าของไทย ประเมินว่า การส่งออกไทยปี 2568 มีแนวโน้มหดตัวลงมาอยู่ที่ ติดลบ 0.5% จากประมาณการเดิมที่บวก 2.5% จากการปรับขึ้นภาษีนำเข้าของสหรัฐกับสินค้าไทยที่อัตรา 37% มากกว่าที่คาดไว้ที่อัตรา 10% อย่างมีนัยสำคัญ โดยแบ่งเป็นผลกระทบทางตรง ที่การส่งออกไทยไปยังสหรัฐ คาดว่าจะหดตัวที่ 10% ในปี 2568 จากความต้องการสินค้าไทยของสหรัฐมีแนวโน้มลดลงอย่างมาก โดยเฉพาะในกลุ่มสินค้าที่ไทยพึ่งพาตลาดสหรัฐมาก อาทิ ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ อุปกรณ์ไฟฟ้า ชิ้นส่วนยานยนต์ ยางล้อ อาหาร (ข้าว ปลา กุ้ง อาหารสัตว์เลี้ยง) และเครื่องประดับ ซึ่งในภาวะที่การแข่งขันในตลาดโลกอยู่ในระดับสูงและอัตรากำไรมีจำกัด ส่งผลให้ผู้ประกอบการไทยอาจไม่สามารถปรับลดราคาสินค้าเพื่อรักษาอุปสงค์ได้มากเท่าใดนัก

ส่วนผลกระทบทางอ้อม การส่งออกไทยไปยังตลาดอื่นๆ คาดว่าจะได้รับผลกระทบมากขึ้นจากการส่งออกสินค้าที่เกี่ยวเนื่องกับห่วงโซ่อุปทานของคู่ค้าต่างๆ ที่ส่งออกไปยังสหรัฐ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการส่งออกสินค้าไปยังจีน อาเซียน สหภาพยุโรป และญี่ปุ่น ในสินค้าประเภทชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ ชิ้นส่วนยานยนต์ ยางล้อ โพลิเมอร์ เคมีภัณฑ์ การส่งออกในภาพรวมได้รับผลกระทบจากอุปสงค์โลกที่ชะลอลง โดยการปรับขึ้นภาษีนำเข้าของสหรัฐกับคู่ค้าทั่วโลกในระดับสูง คาดว่าจะเป็นปัจจัยกดดันการขยายตัวของเศรษฐกิจโลกในปีนี้อย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งจะกระทบสินค้าอื่นๆ อาทิ เกษตรและอาหาร รวมถึงน้ำมันสำเร็จรูปด้วย

เมื่อผสมรวมกับการนำเข้าปี 2568 ที่คาดว่าจะขยายตัวชะลอลงมาอยู่ที่ 1.0% จากประมาณการเดิมที่ 3.4% จากการนำเข้าวัตถุดิบและสินค้าขั้นกลางของไทยที่คาดว่าจะปรับลดลงสอดคล้องกับการส่งออก ประกอบกับทิศทางราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกที่ลดลง นอกจากนี้ ได้คำนึงถึงแรงหนุนบางส่วนจากมูลค่าการนำเข้าทองคำที่คาดว่าจะขยายตัวตามราคาที่ปรับสูงขึ้นแล้ว แต่เนื่องจากฐานมูลค่าการนำเข้าทองคำอยู่ในระดับสูงในปี 2567 จึงคาดว่ามูลค่าการนำเข้าทองคำจะขยายตัวในอัตราที่ต่ำกว่ามูลค่าการส่งออกทองคำในปีนี้ จึงคาดการณ์ว่า ผลกระทบต่อภาพรวมเศรษฐกิจไทย ทำให้การลงทุนเอกชนจะมีความล่าช้าออกไป และการบริโภคครัวเรือนได้รับผลกระทบเพิ่มเติมจากเหตุการณ์แผ่นดินไหว เช่นเดียวกับภาคการท่องเที่ยวที่มีความเสี่ยงมากขึ้น โดยลดคาดการณ์จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติทั้งปี 2568 เหลือเพียง 35.9 ล้านคน จากประมาณการเดิมที่ 37.5 ล้านคน

ศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินผลกระทบในเหตุการณ์ต่างๆ ที่มีต่อเศรษฐกิจไทย และคาดว่าขนาดผลกระทบดังกล่าวอยู่ที่ 1.0% ของจีดีพี ส่งผลให้ทั้งปี 2568 จีดีพีไทยมีแนวโน้มขยายตัวลดลงจาก 2.4% มาอยู่ที่ 1.4% โดยมองว่าเศรษฐกิจไทยจะชะลอตัวลงอย่างมากในช่วงครึ่งหลังของปีนี้ นโยบายการเงินการคลังอาจต้องผ่อนคลายมากกว่าที่ประเมิน โดยมองว่า ดอกเบี้ยนโยบายอาจจะปรับลดเร็วขึ้นในเดือนเมษายนนี้ และปรับลดเพิ่มเติมอีกอย่างน้อยอีก 1 ครั้งในช่วงครึ่งหลังของปี 2568 รวมถึงมาตรการการคลังที่จะออกมาเพื่อรองรับผลกระทบดังกล่าว ท่ามกลางข้อจำกัดพื้นที่การคลังที่มากขึ้น อีกทั้งภาครัฐควรเร่งสร้างความชัดเจนทั้งข้อเสนอการเจรจาผ่อนปรนเงื่อนไขทางการค้ากับสหรัฐ รวมถึงกำหนดระยะเวลาที่ชัดเจน พร้อมประเมินผลกระทบและแนวทางเยียวยาภายใต้กรณีต่างๆ เพื่อสร้างความมั่นใจต่อนักลงทุนและความเชื่อมั่นต่อภาคธุรกิจและครัวเรือน