ข่าวประจำวัน » ผู้รับเหมาเป็นจีน !! แฉตึกสตง.ถล่มของไทย ไหงผู้รับเหมากลายเป็นจีน

ผู้รับเหมาเป็นจีน !! แฉตึกสตง.ถล่มของไทย ไหงผู้รับเหมากลายเป็นจีน

28 March 2025
36   0

.

เมื่อวันที่ 28 มี.ค. 2568 เพจ “รู้ทันจีน” ได้ออกมาโพสต์ข้อมูลเกี่ยวกับตึกที่ถล่มหลังจากเกิดเหตุแผ่นดินไหวกรุงเทพฯ โดยระบุว่า ใช่เกี่ยวข้องกับตึกที่ถล่มตรงจตุจักรไหมครับช่วยผมเช็คหน่อย 

โครงการอาคารสำนักงานใหม่สำนักงานตรวจเงินแผ่นดินแห่งชาติไทยเสร็จสิ้นโครงสร้างหลัก: ความสำเร็จเชิงยุทธศาสตร์ของบริษัทจีนในกรุงเทพฯ

เมื่อวันที่ 3 เมษายน 2567 โครงการก่อสร้างอาคารสำนักงานแห่งใหม่ของ สำนักงานตรวจเงินแผ่นดินแห่งชาติของประเทศไทย (Thailand Office of the Auditor General) ได้เข้าสู่หมุดหมายสำคัญ เมื่อ โครงสร้างหลักของอาคารเสร็จสมบูรณ์แล้ว (ภาษาจีน: 主体结构封顶) หลังจากการเทคอนกรีตชั้นสุดท้ายสำเร็จ โดยโครงการนี้ดำเนินงานโดย บริษัทจงเที่ยสือจวี่จี๋ตวน (China Railway No.10 Engineering Group – CRCC) หนึ่งในบริษัทในเครือของรัฐวิสาหกิจจีนขนาดใหญ่

ความสำเร็จครั้งนี้ไม่ใช่เพียงความคืบหน้าในระดับกายภาพ แต่ยังถือเป็น โครงการอาคารสูงพิเศษ (超高层建筑) แห่งแรกในต่างประเทศของบริษัท ซึ่งสะท้อนถึงความสามารถในการแข่งขันด้านวิศวกรรมของจีนที่กำลังก้าวรุกเข้าสู่ตลาดเอเชียตะวันออกเฉียงใต้อย่างจริงจัง

โครงการใจกลางเมืองกรุงเทพฯ ที่สะท้อนพลังของรัฐ

อาคารสำนักงานแห่งใหม่นี้ตั้งอยู่ ใจกลางกรุงเทพมหานคร ทางทิศตะวันตกติดกับ สถานีรถไฟกรุงเทพ (หัวลำโพง) และทางทิศตะวันออกอยู่ติดกับ สวนสาธารณะแห่งชาติกรุงเทพ เป็นทำเลที่สะท้อนทั้งความสะดวกในการเดินทางและภาพลักษณ์ความมั่นคงของหน่วยงานรัฐ

ตัวโครงการประกอบด้วย 3 อาคารหลัก ได้แก่

• อาคารสำนักงาน

• อาคารประชุม

• อาคารจอดรถ

รวมพื้นที่ก่อสร้างทั้งหมด 96,041 ตารางเมตร โดยเฉพาะอาคารสำนักงานหลักมีความสูงถึง 137 เมตร ซึ่งจัดอยู่ในหมวดหมู่อาคารสูงพิเศษตามมาตรฐานสากล และต้องอาศัยเทคโนโลยีการก่อสร้างขั้นสูงตลอดกระบวนการ

เมื่อแล้วเสร็จ อาคารนี้จะกลายเป็นศูนย์กลางการทำงานของสำนักงานตรวจเงินแผ่นดินและหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้อง โดยมีเป้าหมายให้เป็นศูนย์กลางบริการภาครัฐและสาธารณชนแห่งใหม่ของไทย

เทคโนโลยีก่อสร้างขั้นสูง: ความท้าทายและการจัดการอย่างมืออาชีพ

โครงการนี้ได้นำเทคโนโลยีการก่อสร้างสมัยใหม่ที่ซับซ้อนมาใช้หลายด้าน โดยเฉพาะในบริบทของอาคารสูงพิเศษ เช่น

• โครงสร้าง “แกนกลางรับแรง + พื้นไร้คาน” (核心筒+无梁楼板): ช่วยเพิ่มความแข็งแรงและความยืดหยุ่นของอาคารต่อแรงลมและแรงแผ่นดินไหว

• เทคนิคแบบสไลด์ (滑模施工技术): ใช้อุปกรณ์เลื่อนแบบหล่อขึ้นทีละ 1.2 เมตร ควบคุมความหนาของคอนกรีตไม่เกิน 25 ซม. และรักษาความแม่นยำในแนวนอนให้ไม่คลาดเคลื่อนเกิน 1 ซม.

• การติดตั้งแบบยก (抬模安装工艺): เพื่อสร้างพื้นไร้คานให้ได้ผิวเรียบและแข็งแรง ติดตั้งและรื้อถอนได้รวดเร็ว

• ระบบนั่งร้านปีนไต่อัตโนมัติ (爬架施工工艺): เพิ่มความปลอดภัยและความเร็วในการก่อสร้าง พร้อมประหยัดวัสดุ

พร้อมกันนี้ บริษัทได้ตั้ง กลุ่มวิจัยเทคนิคเฉพาะทาง เพื่อวิเคราะห์ปัญหาและอุปสรรคที่อาจเกิดขึ้นในการก่อสร้างอาคารสูงพิเศษในบริบทต่างประเทศ

ระบบภายในและความแม่นยำระดับมิลลิเมตร

ก่อนเข้าสู่ขั้นตอนติดตั้งระบบภายใน ทีมวิศวกรรมได้วางแผนการวางท่อและสายไฟอย่างละเอียดลึกซึ้ง โดยมีเป้าหมายคือ “ไม่มีการชนกันของระบบท่อและสายไฟ” (多向管线零碰撞) แม้ในพื้นที่แคบที่สุด ส่งผลให้เกิดโครงสร้างภายในที่ทั้งเรียบร้อยและมีประสิทธิภาพในการใช้งานระยะยาว

ความปลอดภัยและคุณภาพ: มาตรฐานจีนในสากล

โครงการนี้ให้ความสำคัญสูงสุดกับความปลอดภัยและคุณภาพ โดยมีมาตรการเข้มงวด ได้แก่:

• อบรมพนักงานครอบคลุม 100% ทั้งด้านความปลอดภัย สิ่งแวดล้อม และคุณภาพ โดยเฉพาะช่วงเริ่มงาน หลังวันหยุด และเปลี่ยนกะ

• อบรมเฉพาะทาง สำหรับเจ้าหน้าที่ควบคุมงานและผู้ปฏิบัติงานพิเศษ เพื่อป้องกันการทำงานโดยไม่มีใบอนุญาต

• ตรวจสอบประจำวัน เพื่อให้เป็นไปตามมาตรฐานไทย มาตรฐานระดับชาติของจีน และมาตรฐานอุตสาหกรรมระหว่างประเทศ

ความสนใจจากรัฐบาลไทย: โครงการเชิงยุทธศาสตร์ระดับชาติ

สำนักงานตรวจเงินแผ่นดินแห่งชาติเป็นหน่วยงานหลักของรัฐที่มีบทบาทในการควบคุมและตรวจสอบงบประมาณของประเทศ โครงการนี้จึงได้รับความสนใจจากรัฐบาลไทยในหลายมิติ ทั้งด้านความคืบหน้า ความปลอดภัย และมาตรฐานงานวิศวกรรม โดยผู้บริหารระดับสูงของหน่วยงานได้ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมหลายครั้ง พร้อมแสดงความพึงพอใจในคุณภาพของงานก่อสร้าง

ความหมายเชิงยุทธศาสตร์ของบริษัทจงเที่ยสือจวี่

ตัวแทนจาก บริษัทจงเที่ยสือจวี่ กล่าวในงานปิดโครงสร้างว่า

“โครงการนี้ถือเป็นความท้าทายครั้งใหญ่ เนื่องจากเป็นอาคารสูงพิเศษแห่งแรกที่เราดำเนินการนอกประเทศจีน แต่ด้วยความร่วมมือระหว่างทีมงานและการสนับสนุนจากรัฐบาลไทย เราจึงสามารถบรรลุหมุดหมายสำคัญนี้ได้อย่างสำเร็จ เราหวังว่าโครงการนี้จะกลายเป็นต้นแบบของการก่อสร้างที่มีคุณภาพในภูมิภาคนี้”

เม็ดเงินลงทุนและความสำคัญเชิงเศรษฐกิจ

แม้ในเอกสารจะไม่ได้ระบุมูลค่าโครงการโดยตรง แต่จากมาตรฐานอาคารสูงพิเศษขนาดใหญ่ในเอเชีย คาดว่า งบลงทุนอาจสูงถึง 100 ล้านหยวน ซึ่งเทียบเท่าประมาณ 480 ล้านบาท (อัตราแลกเปลี่ยน 1 หยวน = 4.8 บาท ณ เมษายน 2567) ตัวเลขนี้สะท้อนถึง ความเชื่อมั่นและการขยายบทบาทของจีนในไทย อย่างมีนัยสำคัญ

บทสรุป: รากฐานใหม่ของความร่วมมือไทย-จีน

โครงการนี้ไม่เพียงเป็นแค่การก่อสร้างอาคารเท่านั้น แต่ยังเป็น หมุดหมายทางยุทธศาสตร์ ของความร่วมมือระหว่างไทยและจีนในด้านโครงสร้างพื้นฐาน วิศวกรรม และการพัฒนาเมืองในอนาคต และเป็นหลักฐานว่าบริษัทจีนสามารถสร้างผลงานที่น่าเชื่อถือในต่างแดน โดยเฉพาะในภูมิภาคที่มีศักยภาพอย่างเอเชียตะวันออกเฉียงใต้