.
‘มงคลกิตติ์’ พร้อมคณะ มอบวัตถุดิบพร้อมเงินสนับสนุน เพื่อส่งเสริมการทำงานของศูนย์บัญชาการเหตุการณ์เหตุตึกถล่ม ที่จตุจักร ยกย่องอาสาแนวหลัง สมควรได้รับคำชื่นชมจากคนไทยทั้งประเทศ และ เยี่ยมญาติผู้ติดค้างอยู่ในตึก ที่ศูนย์พักคอย กัน จอมพลัง – พร้อมเสนอให้ประเทศไทยใช้โอกาสการประชุมบิมสเทค แสดงบทบาทนำในการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นต่อเนื่องจากแผ่นดินไหว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อคืนวานนี้ (2 เมษายน) นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ ที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ พร้อมด้วย น.ส.ภคอร จันทรคณา คณะทำงานที่ปรึกษาพรรค น.ส.กฤษยากร สรชัย นายอนุรักษ์ อมรเมตตาจิตต์ และคณะ ได้มาที่สำนักงานเขตจตุจักร ซึ่งขณะนี้เป็นศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ฯ เพื่อมอบผัก ผลไม้ ไข่ และเงินสนับสนุนจำนวนหนึ่ง เพื่อสนับสนุนการทำงานของศูนย์บัญชาการฯ และเป็นขวัญกำลังใจให้กับผู้ปฏิบัติงานทั้งในพื้นที่ที่เกิดเหตุ และภายในศูนย์ฯ ด้วย และ แวะเข้าเยี่ยมญาติผู้ติดค้างอยู่ในตึก ที่ศูนย์พักคอย กัน จอมพลัง
นายมงคลกิตติ์ กล่าวว่า ในการปฏิบัติการช่วยเหลือผู้รอดชีวิตในครั้งนี้ นอกจากจะต้องชื่นชมอาสาสมัครทุกคนที่เข้าไปช่วยเหลืออยู่เบื้องหน้าแล้ว เบื้องหลังสำคัญคือบรรดาอาสาสมัครภายในศูนย์บัญชาการฯ ทั้งที่มาทำอาหารส่งไปให้อาสาที่อยู่เบื้องหน้า คนที่มาช่วยดูแลจัดการเรื่องของบริจาคที่ส่งมาจากทุกสารทิศ คนที่มาให้ข้อมูลเบื้องต้นแก่บรรดาญาติที่รอคอยความหวัง เป็นต้น ก็สมควรที่ได้รับคำชื่นชมจากประชาชนคนไทยทั้งประเทศ เช่นเดียวกัน
นายมงคลกิตติ์ กล่าวต่อว่า สิ่งสำคัญที่เห็นอีกประการในทุกๆ วิกฤติ ก็คือ การที่คนไทยต่างเต็มใจช่วยเหลือในทุกวิถีทางที่จะสามารถช่วยได้ตามศักยภาพของตนเอง ซึ่งตนในฐานะนักการเมือง ก็ได้ดำเนินการช่วยเหลือตามบทบาทหน้าที่ เช่น การตรวจสอบพื้นที่เกิดเหตุแทนประชาชน การให้กำลังใจญาติผู้ประสบเหตุ การมอบของเพื่อสนับสนุนในการทำงานของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และการเสนอแนะข้อเสนอที่เป็นประโยชน์ต่อการทำงานของรัฐบาลและหน่วยงานต่างๆ เป็นต้น โดยเหตุการณ์ตึกถล่มเนื่องจากแผ่นดินไหวจากประเทศเมียนมาร์ เมื่อวันที่ 28 มีนาคมที่ผ่านมา นานาชาติต่างแสดงความเสียใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น รวมทั้ง ในวันนี้ถึงวันที่ 4 เมษายน ก็มีการประชุมความริเริ่มแห่งอ่าวเบงกอลสำหรับความร่วมมือหลากหลายสาขาทางวิชาการและเศรษฐกิจ หรือ บิมสเทค ซึ่งในกลุ่มประเทศเหล่านี้ ถือเป็นประเทศที่เผชิญภัยพิบัติทางธรรมชาติอยู่บ่อยครั้ง ซึ่งเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อเร็วๆ นี้ ถือเป็นโอกาสอันดีที่ประเทศไทยจะแสดงถึงบทบาทนำในการเสนอแนวทางในการป้องกันภัยพิบัติเกี่ยวกับแผ่นดินไหว และมาตรการในการกระตุ้นเศรษฐกิจ เพื่อทำให้ประเทศสมาชิกในกลุ่ม และนานาชาติ มีความเชื่อมั่นว่า ถึงแม้ว่าภัยธรรมชาติจะเป็นวิกฤติที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่หากมีแผนรองรับทั้งการแก้ไขปัญหา ก็จะสามารถผ่อนหนักให้เป็นเบาได้ รวมทั้ง เป็นการเสริมสร้างบทบาทประเทศไทย ให้โดดเด่นในเวทีโลกด้วย